5 วิธีเลือกลูกกลิ้งทาสีให้เหมาะกับงาน พร้อมวิธีดูแล
ในการทาสีบ้านหรืออาคารให้มีสีสดสวยดั่งที่ใจต้องการนั้น มีอุปกรณ์ต่างๆ ให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย โดยอุปกรณ์ทาสีบ้านแต่ละชนิดจะมีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น แปรงทาสี ถาดสี ฟองน้ำ เทปกาว สีทาบ้าน และสิ่งที่ช่วยให้งานทาสีเป็นเรื่องที่สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นอย่าง “ลูกกลิ้งทาสี” ซึ่งลูกกลิ้งทาสีนั้นมีประโยชน์ในการทาสีพื้นที่ขนาดใหญ่ และทำให้งานทาสีออกมาสวยงามเรียบเนียนขึ้น แต่ต้องเลือกใช้ประเภทลูกกลิ้งให้เหมาะสมร่วมด้วย หลายคนอาจจะยังมีความสงสัยว่าจะใช้ลูกกลิ้งทาสีแบบไหนดี
ในบทความนี้ TOA จึงได้รวบรวมข้อมูลการเลือกประเภทและขนาดลูกกลิ้งทาสี ประโยชน์ของการใช้ลูกกลิ้ง วิธีใช้ลูกกลิ้งทาสีอย่างถูกวิธี รวมถึงวิธีล้างลูกกลิ้งทาสีที่สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของลูกกลิ้งได้
- ประโยชน์ของลูกกลิ้งทาสี ผู้ช่วยช่าง
- เลือกขนาดลูกกลิ้งทาสีอย่างไรให้เหมาะกับงาน
- ประเภทของลูกกลิ้งทาสี
- ลูกกลิ้งใช้ทาสีแบบใดได้บ้าง
- แชร์เคล็ดลับวิธีใช้ลูกกลิ้งทาสีอย่างมืออาชีพ
- วิธีล้างลูกกลิ้ง หลังใช้งานเสร็จ
- วิธีดูแลรักษาลูกกลิ้งทาสีให้ใช้งานได้นานๆ
- ตัดขอบลูกกลิ้งทาสีให้เสมอกัน
- เลือกใช้ลูกกลิ้งทาสีให้เข้ากับงาน
- กำจัดขุยที่ติดกับลูกกลิ้งทาสี
- ทำความสะอาดลูกกลิ้งเสมอหลังใช้งาน
- หากไม่ทำความสะอาดลูกกลิ้งทาสี จะเป็นอย่างไร
ประโยชน์ของลูกกลิ้งทาสี ผู้ช่วยช่าง
ลูกกลิ้งทาสี เรียกได้ว่าเป็นคู่หูสำหรับการทาสีบนผนังผืนใหญ่ๆ เลยก็ว่าได้ ทำให้ลดระยะเวลาการทาสีในพื้นที่ขนาดกว้างไปได้มากทีเดียว เนื่องจากลูกกลิ้งทาสีเป็นเครื่องมือช่วยผ่อนแรง ที่ประกอบไปด้วยด้ามจับและลูกกลิ้งที่มีคุณสมบัติในการดูดซับเนื้อสีได้ดี เมื่อนำไปใช้ทาสีจะช่วยกระจายสีให้เนียนเรียบสม่ำเสมอ ได้ผนังที่มีความสวยงาม และช่วยให้งานทาสีสะดวกยิ่งขึ้น
เลือกขนาดลูกกลิ้งทาสีอย่างไรให้เหมาะกับงาน
หลายคนอาจจะเคยไปเลือกซื้อลูกกลิ้งทาสี แล้วถึงกับยืนงงเพราะเลือกไม่ถูกว่าควรใช้ขนาดลูกกลิ้งทาสีเท่าไรดี เพราะลูกกลิ้งทาสีนั้นมีอยู่หลายขนาด และแต่ละขนาดก็มีการใช้งานที่เหมาะสมแตกต่างกันไป โดยทั่วไปจะมีขนาด 4, 7, 9 และ 10 นิ้ว รวมถึงมีลูกกลิ้งขนาดเล็กที่มีขนาดเพียง 1.5 หรือ 2 นิ้วด้วย แต่ละขนาดนิยมนำไปใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้
ลูกกลิ้งทาสีขนาด 10 นิ้ว
ลูกกลิ้งทาสีขนาด 10 นิ้ว เป็นขนาดที่มีความนิยมใช้งานกันทั่วไป เหมาะกับการทาสีในพื้นที่กว้าง เช่น ผนัง กำแพง เพดาน พื้น และอื่นๆ แต่เพื่อการใช้งานที่รวดเร็ว TOA แนะนำให้มีถาดหรือถังผสมสีที่ใหญ่พอให้จุ่มลูกกลิ้งลงในสีได้ เพราะลูกกลิ้งขนาดนี้จะไม่สามารถจุ่มลงในถังสีขนาดมาตรฐานได้โดยตรง
ลูกกลิ้งทาสีขนาด 9 นิ้ว
ลูกกลิ้งทาสีขนาดนี้มีลักษณะการใช้งานคล้ายกับลูกกลิ้งขนาด 10 นิ้ว ใช้ทาสีผนัง กำแพง และพื้นที่กว้างอื่นๆ แต่ทำขนาดให้สั้นลงมา 1 นิ้ว เพื่อให้จุ่มลูกกลิ้งลงในถังสีมาตรฐาน 5 แกลลอนได้ ทำให้สะดวกกับการใช้งานมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีถาดหรือถังสีขนาดใหญ่เพื่อใช้จุ่มสีก็ได้
ลูกกลิ้งทาสีขนาด 7 นิ้ว
ลูกกลิ้งทาสีขนาด 7 นิ้ว ก็สามารถใช้กับงานทาสีพื้นที่กว้างได้เช่นกัน แต่อาจจะเหมาะกับงานที่ใช้ปริมาณสีน้อยกว่า เช่น ทาสีห้องขนาดเล็ก ทาสีซ่อมแซมพื้นที่บางส่วน และการทาสีที่ต้องปีนบันไดขึ้นไปทา เพราะออกแบบมาให้จุ่มลงถังสีขนาดมาตรฐาน 2.5 แกลลอนได้พอดี ทำให้หิ้วถังสีไปทาได้สะดวก
ลูกกลิ้งทาสีขนาด 4 นิ้ว
ลูกกลิ้งทาสีขนาด 4 นิ้ว สามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ แบบปกติ และแบบสลิม โดย
- แบบปกติ มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตร ใช้ในงานทาสีพื้นที่ไม่กว้างนักและลดการกระเด็นของสี เช่น บันได ราวจับ เสา และระเบียงบ้าน
- แบบสลิม มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 15 มิลลิเมตร ซึ่งช่วยในการทาสีในพื้นที่ตามซอกต่างๆ และพื้นที่แคบได้ดี เช่น บริเวณที่มีเครื่องปรับอากาศ เฟอร์นิเจอร์เคลื่อนย้ายยาก หรือท่อแอร์ รวมถึงงานซ่อมแซมอื่นๆ
ลูกกลิ้งทาสีขนาดเล็ก
สำหรับงานละเอียด ต้องใช้ลูกกลิ้งทาสีขนาดเล็กที่มีขนาดเพียง 1.5 และ 2 นิ้ว เพราะเหมาะใช้งานในขั้นตอนการเก็บรายละเอียดตามซอกมุมเล็กๆ และบริเวณที่เข้าถึงยาก
ประเภทของลูกกลิ้งทาสี
นอกจากการเลือกขนาดลูกกลิ้งทาสีแล้ว การเลือกประเภทของลูกกลิ้งให้เหมาะสมกับงานก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งลูกกลิ้งมีหลากหลายชนิด ทั้งแบบขนแกะ ขนสั้น ขนเชือก แบบโฟม และแบบทำลวดลาย ดูเผินๆ อาจจะคิดว่าลูกกลิ้งแบบใดก็น่าจะใช้ทาสีได้เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วแต่ละประเภทมีการใช้งานที่เหมาะสมไม่เหมือนกัน และมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกัน ดังนี้
ลูกกลิ้งขนแกะ
ลูกกลิ้งขนแกะ หรือเรียกอีกอย่างว่า ลูกกลิ้งขนยาว เนื่องจากลูกกลิ้งทาสีประเภทนี้มีขนที่ยาวและฟู สามารถอุ้มน้ำได้ดี จึงนิยมนำมาใช้กับสีน้ำหรือสีทาอาคาร ช่วยในการทาสีให้เรียบเนียนบริเวณผนังที่มีพื้นผิวขรุขระ มีรูหรือร่องเยอะ แต่ลูกกลิ้งประเภทนี้เมื่อนำไปใช้ทาสีแล้วอาจจะทำให้ผนังเป็นรอยลูกกลิ้งได้ง่ายกว่าประเภทอื่น
โดยราคาเริ่มต้นของลูกกลิ้งขนแกะจะอยู่ที่ประมาณ 120-170 บาท ซึ่งความแตกต่างของราคาจะขึ้นอยู่กับแบรนด์และขนาดของลูกกลิ้งด้วย
ลูกกลิ้งขนสั้น
ลูกกลิ้งขนสั้น หรือเรียกอีกอย่างว่า ลูกกลิ้งขนเกลี้ยง เป็นลูกกลิ้งทาสีที่มีขนสั้นมาก ทำมาจากขนสัตว์ กำมะหยี่ เส้นใยสังเคราะห์ หรือเส้นใยไฟเบอร์ ก็ได้ ลูกกลิ้งประเภทนี้อุ้มน้ำได้ไม่ค่อยดีนัก จึงนิยมใช้กับสีน้ำมัน สีอะคริลิก แล็กเกอร์ หรือสีเคลือบเงา การใช้ลูกกลิ้งนี้กับสีที่มีความหนืด ขนของลูกกลิ้งจะไม่หลุดระหว่างทาสี ทำให้สีเรียบเนียนสวยงาม
โดยราคาเริ่มต้นของลูกกลิ้งขนสั้นจะอยู่ที่ประมาณ 120-200 บาท ซึ่งความแตกต่างของราคาจะขึ้นอยู่กับแบรนด์และขนาดของลูกกลิ้งด้วย
ลูกกลิ้งขนเชือก
ลูกกลิ้งขนเชือก เป็นลูกกลิ้งทาสีที่มีขนเชือกที่หนาและยาว สามารถอุ้มสีได้ดี ใช้ได้กับสีน้ำ สีน้ำมัน ปูนปลาสเตอร์ และสีทารองพื้น เหมาะกับการทาสีบริเวณพื้นผิวที่ไม่เรียบ ขรุขระ เช่น ผนังปูน ผนังไม้ รวมถึงสามารถกลบร่องรอยพื้นผิวที่ถูกซ่อมแซมได้ดี
โดยราคาเริ่มต้นของลูกกลิ้งขนเชือกจะอยู่ที่ประมาณ 65-110 บาท ซึ่งความแตกต่างของราคาจะขึ้นอยู่กับแบรนด์และขนาดของลูกกลิ้งด้วย
ลูกกลิ้งโฟม
ลูกกลิ้งโฟมนั้นมีน้ำหนักเบามาก ทำความสะอาดง่าย มีราคาถูก แต่ไม่ใช่ลูกกลิ้งทาสีที่เป็นที่นิยม เนื่องจากอายุการใช้งานสั้นมาก ไม่เหมาะกับการทาสีพื้นที่กว้าง และขณะใช้งานอาจเกิดการกระเด็นของสีได้ง่าย ทำให้สีไม่สม่ำเสมอ มีริ้วรอยมาก หากผู้ใช้งานไม่ได้เป็นช่างที่ชำนาญจริงๆ
โดยราคาเริ่มต้นของลูกกลิ้งโฟมจะอยู่ที่ประมาณ 75-130 บาท ซึ่งความแตกต่างของราคาจะขึ้นอยู่กับแบรนด์และขนาดของลูกกลิ้งด้วย
ลูกกลิ้งสร้างลวดลาย
ลูกกลิ้งสำหรับสร้างลวดลาย มักทำมาจากวัสดุที่ค่อนข้างแข็งแรงและทนทาน มีหลากหลายลวดลายให้เลือกสรร ทั้งลายใบไม้ ลายดอกไม้ ลายอิฐ หรือลายสัตว์ชนิดต่างๆ สำหรับใครที่อยากตกแต่งกำแพงหรือผนังบ้าน การใช้ลูกกลิ้งทาสีสร้างลายแทนวอลล์เปเปอร์ เมื่อเกิดรอยหรือความเสียหายจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งแผ่นแบบวอลล์เปเปอร์ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า แต่เหมาะกับการใช้บริเวณผิวที่เรียบและมีการเตรียมพื้นผิวที่ต้องการทำลวดลายมาอย่างดีแล้ว
โดยราคาเริ่มต้นของลูกกลิ้งสร้างลวดลายจะอยู่ที่ประมาณ 90-200 บาท ซึ่งความแตกต่างของราคาจะขึ้นอยู่กับแบรนด์ ขนาด และลักษณะลวดลายของลูกกลิ้งด้วย สำหรับ TOA ก็มีลูกกลิ้งสร้างลวดลายให้เลือกถึง 2 ลาย ได้แก่
- ลูกกลิ้งทีโอเอ อีลาสติกชิลด์ ลูกกลิ้งทาสีสร้างเท็กซ์เจอร์ลายลูกกลิ้งให้กับพื้นผิวทั้งภายในและภายนอกอาคาร รวมถึง สามารถใช้ได้กับลักษณะพื้นผิวที่หลากหลาย เช่น พื้นผิวคอนกรีต อิฐบล็อก พื้นผิวปูนฉาบ กระเบื้องแผ่นเรียบ แผ่นยิปซั่ม และแผ่นสมาร์ทบอร์ด
- ลูกกลิ้งสร้างลาย โรลเลอร์ เดคคอร์ ลูกกลิ้งสำหรับพื้นผิวที่หลากหลาย เช่น ปูนฉาบ คอนกรีต และยิปซั่ม หากจับคู่กับสีซุปเปอร์ชิลด์ เดคคอร์ เอฟเฟค โค้ท จะช่วยเนรมิตผนังแบบเดิมๆ ให้มีลวดลายที่โดดเด่น และหรูหรามากยิ่งขึ้น
ลูกกลิ้งขนเคมีสังเคราะห์
ลักษณะเฉพาะของลูกกลิ้งขนเคมีสังเคราะห์
- วัสดุ: ลูกกลิ้งทาขนเคมีสังเคราะห์ทำมาจากวัสดุสังเคราะห์ที่มีความทนทานและยืดหยุ่นสูง เป็นลูกกลิ้งทาสีที่สามารถดูดซับสีได้ดีและกระจายสีอย่างเท่าเทียมทำให้ผิวทาสีมีความเรียบเนียน
- ประสิทธิภาพในการทาสี: ด้วยคุณสมบัติพิเศษของขนเคมีสังเคราะห์ ลูกกลิ้งนี้สามารถทาสีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดการหยดของสีและการทิ้งรอยเปื้อน
- การใช้งาน: สามารถใช้ได้กับทั้งสีน้ำและสีน้ำมัน ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับหลากหลายโปรเจกต์ทาสี
- ราคาของลูกกลิ้งขนเคมีสังเคราะห์: ราคาอาจแตกต่างกันไปตามขนาดและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ โดยทั่วไป ราคาอาจอยู่ในช่วงตั้งแต่ 100 บาทไปจนถึง 500 บาทขึ้นอยู่กับแบรนด์
ลูกกลิ้งขนสักหลาด
ลักษณะเฉพาะของลูกกลิ้งขนสักหลาด
- วัสดุ: ลูกกลิ้งขนสักหลาดทำมาจากขนสัตว์ที่มีความนุ่มและยืดหยุ่น เหมาะสำหรับการทาสีที่ต้องการความละเอียดและความเรียบเนียนสูง
- ประสิทธิภาพในการทาสี: ขนสักหลาดช่วยให้การกระจายสีเป็นไปอย่างสม่ำเสมอและลดการเกิดรอยเปื้อนหรือรอยหยดสี
- การใช้งาน: ลูกกลิ้งขนสักหลาดเป็นลูกกลิ้งทาสีที่เหมาะกับงานทาสีที่ต้องการความเรียบเนียนเป็นพิเศษ เช่น การทาสีบนผิวไม้หรือผิวที่มีลักษณะพิเศษ
- ราคาของลูกกลิ้งขนสักหลาด: ราคาโดยประมาณอาจแตกต่างกัน โดยมีช่วงราคาประมาณ 200 บาทถึง 700 บาท
ลูกกลิ้งใช้ทาสีแบบใดได้บ้าง
ถึงแม้ว่าลูกกลิ้งทาสีจะมีอยู่หลายประเภท และสามารถใช้ทาสีได้หลากหลายชนิด แต่อย่าลืมว่าการเลือกประเภทลูกกลิ้งให้เหมาะกับชนิดของสี จะทำให้ลูกกลิ้งสามารถถูกใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่นานขึ้น อีกทั้งยังทำให้งานออกมาเรียบเนียนและสวยงามที่สุด โดยสีชนิดต่างๆ ใช้ได้กับลูกกลิ้งแต่ละประเภท ดังนี้
- สีน้ำ ควรใช้ลูกกลิ้งทาสีที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดี เช่น ลูกกลิ้งขนแกะ และลูกกลิ้งขนเชือก
- สีน้ำมัน มีการแห้งตัวที่ช้า ถ้าใช้ลูกกลิ้งที่อุ้มน้ำได้มากเกินไปอาจทำให้เกิดการไหลย้อยของสี ดังนั้นแปรงทาสีลูกกลิ้งที่นิยมใช้ คือ ลูกกลิ้งขนสั้น หรือจะใช้ลูกกลิ้งขนเชือกก็ได้เช่นกัน
- สีอะคริลิก ควรใช้กับลูกกลิ้งที่อุ้มน้ำได้ไม่มากนัก เช่น ลูกกลิ้งขนสั้น
ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังจะทาสีบ้านด้วยตัวเอง ลูกกลิ้งทาสีที่ควรเตรียม คือ ลูกกลิ้งขนสั้นและลูกกลิ้งขนเชือก เพราะสามารถใช้ได้กับการทาผนังและตัวบ้าน ที่นิยมใช้สีน้ำมันหรือสีอะคริลิก รวมทั้งยังสามารถใช้กับการทาบริเวณที่เป็นโครงสร้างเหล็กของบ้านหรือรั้ว ที่จะนิยมใช้สีน้ำมันเพื่อความคงทน
แชร์เคล็ดลับวิธีใช้ลูกกลิ้งทาสีอย่างมืออาชีพ
วิธีใช้ลูกกลิ้งทาสีนั้นไม่ยาก ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ช่างมืออาชีพก็สามารถทำเองได้ โดยมีขั้นตอนการใช้งาน ดังนี้
- ลูกกลิ้งทาสีที่เป็นขน หากเพิ่งซื้อมาใหม่จะมีขนติดอยู่ที่ลูกกลิ้งเยอะ ให้ใช้เทปกาวพันรอบลูกกลิ้งแล้วดึงออก เพื่อกำจัดขนที่อาจหลุดออกมาในตอนทาสี
- นำลูกกลิ้งไปล้างน้ำสะอาด เพื่อล้างสิ่งสกปรกออกจากลูกกลิ้ง
- สะบัดลูกกลิ้งให้หมาดๆ และนำไปกลิ้งบนพื้นหรือผนังผิวเรียบอย่างเร็วๆ เพื่อเอาน้ำส่วนเกินออกและเตรียมลูกกลิ้งให้ใช้งานได้ลื่น และไม่ฝืด
- จุ่มลูกกลิ้งทาสีลงในถังสีหรือถาดสี และนำไปกลิ้งไปมาช้าๆ เพื่อนำสีส่วนเกินออก
- นำไปกลิ้งบนพื้นผิวที่เตรียมสำหรับการทาสีไว้แล้ว เริ่มกลิ้งจากด้านบนลงมาด้านล่าง เพื่อสามารถกลิ้งเก็บสีที่อาจไหลย้อยลงมาได้
- กลิ้งไปมาสัก 2-3 ครั้ง เพื่อให้สีเรียบเนียนสม่ำเสมอ ควรทาสีให้เป็นแถวโดยมีส่วนที่ซ้อนทับกัน 3-5 นิ้ว และใช้แรงทาพอดีๆ แรงที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดริ้วสีย้อยจากลูกกลิ้ง
- จุ่มสีเพิ่มและทาต่อ โดยเริ่มทาบริเวณที่ยังไม่ได้ลงสีก่อนจึงค่อยไล่กลับมาทาทับส่วนที่เพิ่งทาไปก่อนหน้า เพื่อเกลี่ยสีให้เนียนเสมอกัน
- รอให้สีแห้ง จากนั้นทาทับอีกครั้ง
วิธีล้างลูกกลิ้ง หลังใช้งานเสร็จ
การล้างลูกกลิ้งทาสีคือการทำเพื่อถนอมลูกกลิ้งทาสีให้สามารถใช้ได้นานๆ หลังจากใช้งานเสร็จแล้วควรทำความสะอาดทันที ตามวิธีล้างลูกกลิ้งทาสีที่ถูกต้อง โดยมีขั้นตอนดังนี้
- นำลูกกลิ้งปาดกับกระดาษหรือหนังสือพิมพ์ที่ไม่ได้ใช้แล้ว หรือใช้เกรียงปาดที่ลูกกลิ้ง เพื่อเอาสีออกให้ได้มากที่สุด
- ล้างสีน้ำ โดยการนำลูกกลิ้งไปจุ่มล้างในน้ำสะอาด หรือใช้สายยางฉีดน้ำก็ได้ เพื่อให้แรงฉีดช่วยกำจัดสีออก หากนำไปใช้งานกับสีน้ำมัน ให้นำไปล้างออกด้วยทินเนอร์
- ล้างแกนของลูกกลิ้งด้วยน้ำสะอาด เนื่องจากอาจมีสีบางส่วนเข้าไปติดอยู่ในแกน
- นำลูกกลิ้งที่ล้างจนสะอาดแล้วไปสะบัดให้หมาด หรือกลิ้งบนพื้นหรือผนังผิวเรียบ แล้วนำไปตากให้แห้ง และจัดเก็บในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก
วิธีดูแลรักษาลูกกลิ้งทาสีให้ใช้งานได้นานๆ
การดูแลรักษาลูกกลิ้งทาสีไม่ใช่เพียงแค่การทำความสะอาดและการใช้งานอย่างถูกวิธีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเก็บรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับลูกกลิ้ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการทาสีให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ตัดขอบลูกกลิ้งทาสีให้เสมอกัน
การตัดขอบลูกกลิ้งทาสีให้เสมอกันเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ลูกกลิ้งกระจายสีได้อย่างสม่ำเสมอและลดการเกิดรอยเปื้อน โดยมีเคล็ดลับในการตัดขอบลูกกลิ้งตามนี้
- เลือกใช้กรรไกรที่คมและทำความสะอาด: ใช้กรรไกรที่คมเพื่อตัดขอบของลูกกลิ้งที่สึกหรอหรือไม่เรียบ
- ตัดอย่างระมัดระวัง: ตัดขอบลูกกลิ้งอย่างช้าๆ และระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดการตัดเกินหรือเสียรูปทรง
เลือกใช้ลูกกลิ้งทาสีให้เข้ากับงาน
การเลือกลูกกลิ้งทาสีที่เหมาะสมกับงานทาสีเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การทาสีมีคุณภาพ มีวิธีการเลือกดังนี้
- คำนึงถึงประเภทของสีและพื้นผิว: เลือกลูกกลิ้งทาสีที่เหมาะสมกับประเภทของสีและลักษณะของพื้นผิวที่จะทา
- พิจารณาความหนาของขนลูกกลิ้ง: ขนลูกกลิ้งที่หนาเหมาะกับพื้นผิวที่ขรุขระ ในขณะที่ขนที่เรียบเนียนเหมาะสำหรับพื้นผิวที่เรียบ
กำจัดขุยที่ติดกับลูกกลิ้งทาสี
การกำจัดขุยที่ติดอยู่กับลูกกลิ้งทาสีเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการดูแลรักษาลูกกลิ้ง ทำตามได้ดังนี้
- ใช้เทปกาว: ใช้เทปกาวหรือเทปสก๊อตเพื่อดึงขุยและเศษผ้าที่ติดอยู่กับลูกกลิ้งออก
- ล้างด้วยน้ำ: หลังจากใช้เทปกาวแล้ว ล้างลูกกลิ้งด้วยน้ำเพื่อกำจัดเศษขุยที่เหลืออยู่
ทำความสะอาดลูกกลิ้งเสมอหลังใช้งาน
การทำความสะอาดลูกกลิ้งทาสีหลังการใช้งานเป็นขั้นตอนที่จำเป็นในการดูแลรักษา โดยมีวิธีล้างและทำความสะอาดลูกกลิ้งทาสีได้ง่ายๆ คือ
- ล้างด้วยน้ำหรือตัวทำละลายที่เหมาะสม: ใช้น้ำหรือตัวทำละลายที่เหมาะสมกับประเภทของสีที่ใช้
- ทำความสะอาดอย่างละเอียด: ล้างลูกกลิ้งอย่างละเอียดและกดน้ำออกจนแห้งเพื่อป้องกันการเกิดราหรือกลิ่นเหม็น
การดูแลรักษาลูกกลิ้งทาสีไม่เพียงแต่ช่วยให้ลูกกลิ้งมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น แต่ยังช่วยให้คุณสามารถทาสีได้อย่างมีคุณภาพและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในทุกๆ ครั้งที่ทาสี
หากไม่ทำความสะอาดลูกกลิ้งทาสี จะเป็นอย่างไร
หากละเลยไม่ทำความสะอาดลูกกลิ้งอย่างถูกวิธี จะส่งผลเสียต่อลูกกลิ้งและการทาสีในครั้งถัดไป ดังนี้
- ลูกกลิ้งจะแข็งและเสียรูปทรง: หากไม่ทำความสะอาดลูกกลิ้ง สีที่ตกค้างจะแห้งและทำให้ลูกกลิ้งแข็งและเสียรูปทรง ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในครั้งถัดไป
- ส่งผลต่อการกระจายสี: ลูกกลิ้งที่มีสีแห้งติดอยู่จะทำให้การกระจายสีไม่เท่าเทียม ส่งผลให้ผิวที่ทาสีมีรอยเปื้อนหรือไม่เรียบเนียน
- เพิ่มความยุ่งยากในการทำความสะอาด: หากปล่อยให้สีแห้งเข้ากับขนลูกกลิ้ง การทำความสะอาดในภายหลังจะเป็นไปได้ยากขึ้น และอาจต้องใช้เวลาและความพยายามมากขึ้น
- ลดอายุการใช้งานของลูกกลิ้ง: การไม่ทำความสะอาดจะทำให้ลูกกลิ้งสึกหรอเร็วขึ้น ลดอายุการใช้งานและทำให้ต้องเปลี่ยนลูกกลิ้งใหม่บ่อยครั้ง
ลูกกลิ้งทาสีนั้นเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยผ่อนแรงทาสีในพื้นที่กว้างได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายขนาด โดยทั่วไปแล้วจะมีขนาด 4, 7, 9 และ 10 นิ้ว และมีลูกกลิ้งขนาดเล็กที่มีขนาด 1.5 หรือ 2 นิ้ว สำหรับขั้นตอนการเก็บรายละเอียดงานอีกด้วย อีกทั้งลูกกลิ้งยังมีหลายประเภท ทั้งลูกกลิ้งขนแกะ ลูกกลิ้งขนสั้น ลูกกลิ้งขนเชือก ลูกกลิ้งโฟม และลูกกลิ้งทำลวดลาย ดังนั้น ควรเลือกให้เหมาะสมกับเนื้องาน พื้นผิวที่จะทาสี รวมถึงชนิดสีที่ใช้ เพื่อให้งานออกมาสวยงามและเรียบเนียน รวมถึงควรล้างลูกกลิ้งทาสีให้สะอาดและถูกวิธีหลังใช้งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว