รวม 7 ไอเดียตกแต่งบ้านให้เข้ากับการปูกระเบื้องลายไม้
สำหรับใครที่อยากปูกระเบื้องตกแต่งบ้านให้สวยงาม แต่ยังไม่รู้ว่าจะปูกระเบื้องลายไหนดี ชวนมาดูกระเบื้องลายไม้ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะกระเบื้องลายไม้สามารถตกแต่งได้หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังให้ความรู้สึกที่อบอุ่น ทันสมัย หรูหรา และเป็นธรรมชาติ ทำให้การเลือกเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้านเป็นไปอย่างง่ายดาย ในบทความนี้ TOA ชวนมาดูไอเดียการตกแต่งบ้านให้เข้ากับกระเบื้องลายไม้ พร้อมทั้งบอกข้อดี เทคนิคการเลือกลายไม้ และวิธีปูกระเบื้องลายไม้ให้ติดทนยาวนาน และสวยงามตรงใจ
- กระเบื้องลายไม้ คืออะไร
- ประเภทของกระเบื้องปูพื้นลายไม้
- รวม 7 ไอเดียการตกแต่งบ้านด้วยกระเบื้องลายไม้
- 1. กระเบื้องลายไม้กับสไตล์โมเดิร์น ให้อารมณ์ทันสมัย
- 2. กระเบื้องลายไม้กับความเรียบง่ายสไตล์มินิมอล
- 3. กระเบื้องลายไม้กับการตกแต่งสไตล์หรูหรา
- 4. กระเบื้องลายไม้กับการตกแต่งแบบดิบๆ สไตล์ลอฟต์
- 5. กระเบื้องลายไม้กับการตกแต่งสไตล์คันทรี
- 6. กระเบื้องลายไม้กับการตกแต่งเน้นธรรมชาติ สไตล์รัสติค
- 7. กระเบื้องลายไม้กับการตกแต่งสไตล์เขตร้อน เน้นลวดลายสัตว์ป่า
- เลือกกระเบื้องลายไม้อย่างไรให้เหมาะสม
- การใช้กระเบื้องลายไม้มีข้อดีอย่างไร
- วิธีปูกระเบื้องลายไม้ให้ติดทน และแข็งแรง

กระเบื้องลายไม้ คืออะไร
กระเบื้องลายไม้ คือ กระเบื้องที่มีลวดลายเสมือนไม้จริง ด้วยเทคโนโลยีในปัจุบันที่สามารถสร้างลวดลายกระเบื้องให้เหมือนไม้จริงมากขึ้น หากมองอย่างผิวเผินอาจไม่สามารถแยกออกได้ อย่างไรก็ตาม กระเบื้องลายไม้ยังมีผิวสัมผัส และน้ำหนักที่แตกต่างไปจากไม้จริง โดยส่วนมากนิยมใช้กระเบื้องลายไม้ในการปูพื้นบ้าน ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือโรงแรม เพราะกระเบื้องลายไม้ให้ความรู้สึกทั้งอบอุ่น ทันสมัย หรูหรา และประยุกต์ใช้ได้หลากหลายสไตล์อีกด้วย

ประเภทของกระเบื้องปูพื้นลายไม้
ก่อนที่จะเริ่มปูกระเบื้องลายไม้ ควรศึกษาประเภทของกระเบื้องปูพื้นลายไม้ก่อนว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งกระเบื้องแต่ละประเภทจะใช้งานแตกต่างกันออกไป ดังนี้
กระเบื้องลายไม้
กระเบื้องลายไม้ ถือว่าเป็นวัสดุปูพื้นยอดนิยมที่หลายคนเลือกใช้ เพราะหาซื้อได้ง่าย ราคาถูก กันน้ำได้ดี และมีแพทเทิร์นให้เลือกมากมาย โดยในปัจจุบันสามารถแบ่งกระเบื้องออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
กระเบื้องเซรามิก
กระเบื้องลายไม้เซรามิก คือ กระเบื้องที่ทำมาจากดินเผา จึงมีความคงทนสูง ดูแลรักษาง่าย สามารถนำไปใช้สอยได้หลากหลายพื้นที่ ทั้งพื้นในบ้าน พื้นระเบียง หรือพื้นซักล้างต่างๆ กระเบื้องเซรามิกจึงกลายเป็นวัสดุปูพื้นยอดนิยม และใช้กันมาอย่างยาวนาน
กระเบื้องพอร์ซเลน
กระเบื้องลายไม้พอร์ซเลน คือ กระเบื้องที่ทำมาจากดินเผาที่มีส่วนผสมของสารพิเศษชนิดอื่นด้วย เช่น ดินขาว หรือหินแกรนิต ทำให้กระเบื้องมีเนื้อที่ละเอียด และแข็งแรงกว่ากระเบื้องเซรามิก อีกทั้งยังมีคุณสมบัติดูดซับน้ำที่ต่ำมาก หรือไม่มีการดูดซับน้ำเลย จึงเหมาะแก่การปูพื้นในพื้นห้องน้ำ หรือพื้นที่มีความชื้นสูง
- ข้อดีของกระเบื้องลายไม้ มีความแข็งแรง ทนทาน ทำความสะอาดง่าย กันน้ำได้ดี สามารถติดตั้งภายนอกอาคารได้ และมีราคาถูก
- ข้อเสียของกระเบื้องลายไม้ ผิวสัมผัสแตกต่างจากไม้จริง เพราะพื้นกระเบื้องมีความเย็น และแข็งกว่าวัสดุปูพื้นลายไม้ชนิดอื่นๆ และต้องปูโดยเว้นขอบเพื่อยาแนว
- ราคา ตารางเมตรละ 300 - 890 บาท
แผ่นไม้ลามิเนต
แผ่นไม้ลามิเนต เป็นกระเบื้องลายไม้ที่ทำจากไม้อัดความหนาแน่นสูงรวมกับวัสดุอื่นๆ ประกอบเป็นแผ่นหลายๆ ชั้น ทำให้มีลวดลาย และผิวสัมผัสที่คล้ายกับพื้นไม้จริงอย่างมาก โดยแผ่นไม้ลามิเนตสามารถแบ่งออกเป็น 4 ชั้น คือ ชั้นวัสดุเคลือบผิวหน้า ชั้นลวดลายไม้ ชั้นแผ่นไม้ และชั้นแผ่นรองพื้น เหมาะแก่การตกแต่งภายในบ้านที่มีพื้นเรียบเสมอกัน
- ข้อดีของแผ่นไม้ลามิเนต ติดตั้งได้ง่าย มีน้ำหนักเบา ทนความร้อนในระดับหนึ่ง ทนทานต่อการขีดข่วน และแรงกดได้ดี ทำความสะอาดง่าย และมีลวดลายมากมาย
- ข้อเสียแผ่นไม้ลามิเนต ไม่ถูกต่อความชื้น หากโดนความชื้นมากจะทำให้พื้นบวม มีอายุการใช้งานไม่มาก ประมาณ 10 - 15 ปี และหากปูบนพื้นไม่เรียบจะทำให้มีเสียงดังเวลาเดิน
- ราคา ตารางเมตรละ 300 - 1,500 บาท
แผ่นยางไวนิลลายไม้
แผ่นยางไวนิลลายไม้ คือ วัสดุที่ทำมาจากยาง แต่ทำลวดลายให้เหมือนกับไม้จริง เป็นวัสดุปูพื้นที่นำมาใช้ทดแทนแผ่นไม้ลามิเนต โดยแผ่นยางไวนิลจะไม่มีส่วนผสมของไม้ แต่ใช้วัสดุยางที่มีความยืดหยุ่น และเหนียวแน่นมากกว่า พร้อมทั้งยังทำความสะอาดง่าย และมีลวดลายมากมายเหมือนกับแผ่นไม้ลามิเนตอีกด้วย
- ข้อดีของแผ่นยางไวนิลลายไม้ ราคาถูก ติดตั้งง่าย ทำความสะอาดง่าย ผิวสัมผัสนุ่ม ทนต่อการขีดข่วน แรงกระแทก และกันน้ำได้ดี
- ข้อเสียของแผ่นยางไวนิลลายไม้ อาจมีการยืดหดตัวตามสภาพแวดล้อม มีอายุการใช้งานไม่นาน ประมาณ 10 - 15 ปี และต้องติดตั้งบนพื้นเรียบเสมอกัน
- ราคา ตารางเมตรละ 150 - 700 บาท
แผ่นพื้น SPC ลายไม้
แผ่นพื้น SPC ลายไม้ (Stone Plastic Composite) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่ากระเบื้องยาง SPC เป็นวัสดุปูพื้นที่ทำมาจากหินปูนผสมกับพลาสติก PVC ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายกับแผ่นยางไวนิล คือ มีความยืดหยุ่น แต่แผ่น SPC จะมีความแข็งแรงมากกว่า และไม่ยืดหดตามสภาพแวดล้อม เหมาะแก่การปูพื้นเรียบภายในบ้าน
- ข้อดีของแผ่นพื้น SPC ลายไม้ มีความยืดหยุ่น ไม่ยืดหดตามอุณหภูมิ แข็งแรง ทนทานต่อความชื้น ความร้อน และรับแรงกระแทกได้ดี
- ข้อเสียของแผ่นพื้น SPC ลายไม้ ต้องติดตั้งบนพื้นเรียบเสมอกันเท่านั้น และมีอายุการใช้งานไม่นาน ประมาณ 10 - 15 ปี
- ราคา ตารางเมตรละ 500 - 1,000 บาท
แผ่นไม้เอ็นจิเนียร์
แผ่นไม้เอ็นจิเนียร์ เป็นแผ่นที่มีโครงสร้างซ้อนกันหลายๆ ชั้น โดยชั้นบนสุดจะมีสารเคลือบผิวเพื่อป้องกันรอยขีดข่วน ส่วนชั้นรองลงมาคือแผ่นไม้จริง และแผ่นไม้เนื้อแข็ง เพื่อสร้างสัมผัสที่เสมือนไม้จริง และด้วยวิธีการผลิตที่นำแผ่นไม้ไปอบควบคุมความชื้น ทำให้แผ่นไม้แข็งแรง ลดการยืดหดของไม้ได้ ทำให้เป็นวัสดุปูพื้นที่มักใช้กันในโครงการที่มีความหรูหรา
- ข้อดีของแผ่นไม้เอ็นจิเนียร์ แข็งแรง แผ่นไม้ไม่ยืดหด ไม่บิดงอ ให้ผิวสัมผัสเหมือนไม้จริง ติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว
- ข้อเสียของแผ่นไม้เอ็นจิเนียร์ มีราคาสูงกว่ากระเบื้องลายไม้ชนิดอื่น เนื่องจากใช้ไม้จริงปิดผิว ทนน้ำ และความชื้นได้ในระดับต่ำ
- ราคา ตารางเมตรละ 2,000 - 2,500 บาท
แผ่นไม้ไฮบริดเอ็นจีเนียร์
แผ่นไม้ไฮบริดเอ็นจิเนียร์ เป็นวัสดุที่พัฒนาขึ้น เพื่อเสริมข้อดี และลดข้อเสียของแผ่นไม้เอ็นจิเนียร์ ด้วยการไม่ใช้แผ่นไม้จริงปิดผิว แต่ใช้ผงไม้ผสมกับพลาสติกในการปิดผิวแทน ทำให้กันน้ำ และรอยขีดข่วนต่างๆ ได้ดีกว่า อีกทั้งยังมีราคาถูกกว่าแผ่นไม้เอ็นจิเนียร์อีกด้วย
- ข้อดีแผ่นไม้ไฮบริดเอ็นจิเนียร์ กันรอยขีดข่วน และกันน้ำได้ดีในระดับหนึ่ง แผ่นไม้ไม่ยืดหด หรือบิดงอ ผิวสัมผัสเหมือนไม้จริง และรองรับแรงกระแทกได้ดี
- ข้อเสียของแผ่นไม้ไฮบริดเอ็นจิเนียร์ แม้มีราคาถูกกว่าแผ่นไม้เอ็นจิเนียร์ แต่ยังคงมีราคาสูงเมื่อเทียบกันวัสดุชนิดอื่นๆ และเหมาะแก่การใช้ภายในบ้านมากกว่านอกบ้าน
- ราคา ตารางเมตรละ 1,500 - 2,000 บาท
แผ่นไม้จริง
แม้จะมีกระเบื้องลายไม้ทดแทนการใช้ไม้จริงอยู่มากมาย แต่แผ่นไม้จริงก็ยังเป็นสิ่งที่หลายๆ คนต้องการ เพราะมีความแข็งแรง ทั้งยังให้ผิวสัมผัสที่อบอุ่น และเป็นธรรมชาติมากกว่า โดยไม้ที่นิยมนำมาปูพื้น คือ ไม้เนื้อแข็งต่างๆ เช่น ไม้มะค่า ไม้ประดู่ ไม้แดง และไม้เนื้ออ่อนอย่าง ไม้สัก เป็นต้น
- ข้อดีของแผ่นไม้จริง เป็นวัสดุธรรมชาติโดยแท้ ใช้งานได้ยาวนาน สวยงาม ผิวสัมผัสดี และสามารถขัดทำสีได้หลายครั้ง
- ข้อเสียของผ่นไม้จริง ปัจจุบันหายาก และมีราคาสูงมาก ไม่ทนต่อน้ำ ไฟ ปลวก และยืดหดได้ตามสภาพแวดล้อม
- ราคา ตารางเมตรละ 3,500 - 8,500 บาท
รวม 7 ไอเดียการตกแต่งบ้านด้วยกระเบื้องลายไม้
การตกแต่งบ้านมีด้วยกันหลากหลายสไตล์ อีกทั้งกระเบื้องลายไม้เองก็มีประเภท และแพทเทิร์นอีกมากมายนับไม่ถ้วน หลายๆ คนอาจยังสับสน และไม่รู้จะแต่งบ้านอย่างไรดี วันนี้ TOA ได้รวบรวมไอเดียแต่งบ้านด้วยกระเบื้องลายไม้กับสไตล์ต่างๆ มาให้แล้ว

1. กระเบื้องลายไม้กับสไตล์โมเดิร์น ให้อารมณ์ทันสมัย
การแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น เป็นสไตล์ที่เน้นในเรื่องความโปร่งโล่ง ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้านที่มีความเป็นสมัยใหม่ หรือผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยส่วนมากสไตล์โมเดิร์นมักใช้ผนังที่มีสีอ่อน เช่น สีขาว สีเทา เป็นต้น ดังนั้น ควรเลือกโทนสีกระเบื้องลายไม้ที่เป็นโทนเข้มเล็กน้อย และมีลวดลายไม้ที่ชัดเจน เพียงเท่านี้ก็ช่วยเพิ่มความทันสมัยให้มากขึ้นได้

2. กระเบื้องลายไม้กับความเรียบง่ายสไตล์มินิมอล
สไตล์มินิมอล หรือที่เรียกว่า “น้อยแต่มาก” มักตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น และมีความเรียบง่าย ให้ความรู้สึกโล่ง โปร่ง และสบายเป็นหลัก โดยมักใช้ผนังสีอ่อน เช่น สีขาว สีเบจ เพื่อให้ห้องดูกว้างขวาง และสบายตา สามารถเพิ่มลูกเล่นได้ด้วยการใช้กระเบื้องลายไม้ที่มีสีโทนอ่อน ซึ่งจะช่วยให้ห้องดูอบอุ่นมากขึ้น แต่ยังคงให้ความรู้สึกโล่งสบายได้เช่นเดิม

3. กระเบื้องลายไม้กับการตกแต่งสไตล์หรูหรา
ลองจับคู่เฟอร์นิเจอร์สีอย่างสีขาวกับสีทอง หรือสีดำกับสีทอง ตัดด้วยการปูพื้นกระเบื้องลายไม้ที่มีลวดลายชัดเจน และปูโดยให้มีร่องยาแนวน้อยที่สุด เพื่อให้ห้องมีความเรียบเนียน ดูกลมกลืน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเสริมให้ห้องดูเป็นธรรมชาติ และเพิ่มความหรูหราได้เป็นอย่างดี

4. กระเบื้องลายไม้กับการตกแต่งแบบดิบๆ สไตล์ลอฟต์
การตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟต์ มักเน้นไปที่ความดิบ ความสมจริง ไม่ปรุงแต่งเพิ่มเติม เพื่อแสดงให้เห็นถึงเนื้องานวัสดุอย่างชัดเจน ดังนั้น กระเบื้องลายไม้จึงตอบโจทย์กับการตกแต่งสไตล์นี้ได้ดี เพราะต้องแสดงให้เห็นถึงลวดลายไม้ โดยอาจเพิ่มลูกเล่นโดยการปูพื้นเรียงกันแบบฟันปลา และเลือกสีกระเบื้องลายไม้โทนเข้ม ก็จะช่วยเสริมให้ดูน่าสนใจมากขึ้น

5. กระเบื้องลายไม้กับการตกแต่งสไตล์คันทรี
การตกแต่งสไตล์คันทรีเป็นคู่ตรงข้ามกับสไตล์โมเดิร์น คือ เป็นสไตล์ที่ตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติที่หาได้ตามท้องถิ่น อาจให้ความรู้สึกเหมือนบ้านแบบโบราณ แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่น และใกล้ชิดกับธรรมชาติด้วยเช่นกัน ทำให้กระเบื้องลายไม้เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้กับบ้านสไตล์นี้ โดยแนะนำให้เลือกโทนสีที่ตัดกับสีโดยรอบของบ้าน จะทำให้ดูสวยงามมากขึ้น

6. กระเบื้องลายไม้กับการตกแต่งเน้นธรรมชาติ สไตล์รัสติค
สไตล์รัสติคจะมีความคล้ายคลึงกับสไตล์ลอฟต์ และสไตล์คันทรี คือ เป็นการตกแต่งโดยใช้วัสดุธรรมชาติเป็นหลัก แต่รัสติคจะเน้นความงามของวัสดุธรรมชาติ สร้างเอกลักษณ์ผ่านผิววัสดุแต่ละชนิด โดยเฉพาะลายไม้ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของสไตล์นี้ ดังนั้น กระเบื้องลายไม้ต้องมีลวดลายที่ชัดเจน ควบคู่ไปกับสีที่ให้ความเป็นธรรมชาติ อย่างสีขาว สีน้ำตาล หรือสีเขียว เป็นต้น

7. กระเบื้องลายไม้กับการตกแต่งสไตล์เขตร้อน เน้นลวดลายสัตว์ป่า
การตกแต่งสไตล์เขตร้อน หรือที่เรียกว่าสไตล์ทรอปิคอล (Tropical Style) เป็นการตกแต่งตามภูมิประเทศเขตร้อนชื้น โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติ และโทนสีที่สื่อถึงธรรมชาติ เช่น สีเขียวของใบไม้ หรือสีน้ำตาลแบบพื้นดิน ลองจับคู่โทนสีอย่างผนังสีเขียว คู่กับกระเบื้องลายไม้โทนสีน้ำตาลแดง หรือคุมโทนสีให้เป็นสีน้ำตาลทั้งผนัง และพื้น และตกแต่งด้วยต้นไม้สีเขียว พร้อมเครื่องเฟอร์นิเจอร์ลวดลายสัตว์ป่า เช่น เสือ ม้าลาย หรืออาจเพิ่มเครื่องประดับ เช่น เขาสัตว์ หรือภาพสัตว์ป่า ทุ่งหญ้า ก็จะช่วยเสริมบรรยากาศแบบเขตร้อนได้ดี

เลือกกระเบื้องลายไม้อย่างไรให้เหมาะสม
กระเบื้องลายไม้นั้นมีหลากหลายประเภท จึงต้องเลือกให้เหมาะสม โดยวิธีการเลือกกระเบื้องลายไม้สามารถทำได้ดังนี้
เลือกลวดลาย และสไตล์ในการตกแต่ง
สิ่งสำคัญอย่างแรก คือ การกำหนดสไตล์ รวมไปถึงลวดลาย และผิวสัมผัสที่ส่งผลต่อการใช้งาน กระเบื้องลายไม้แต่ละลวดลายจะช่วยเสริมเสน่ห์ของแต่ละสไตล์ได้แตกต่างกันไป เช่น ลวดลายไม้ที่มีความชัดเจนมากๆ จะเหมาะกับสไตล์ลอฟต์ และรัสติค ส่วนแบบที่มีลวดลายเรียบๆ จะเข้าได้ดีกับสไตล์โมเดิร์น และมินิมอลมากกว่า
เลือกโทนสีของลายไม้ เพื่อกำหนดความรู้สึก
หลังจากกำหนดลวดลาย และสไตล์ที่ต้องการแล้ว ต่อไปคือการเลือกโทนสี เพราะโทนสีของกระเบื้องลายไม้สามารถส่งผลต่ออารมณ์ และความรู้สึกได้ หากต้องการให้ห้องดูอบอุ่นเป็นธรรมชาติมากขึ้น อาจเลือกสีโทนน้ำตาลอ่อน หรือน้ำตาลอมแดง หากต้องการเพิ่มความรู้สึกที่เรียบง่ายแต่หรูหรา อาจใช้พื้นไม้โทนสีเข้มเพื่อเสริมให้ดูน่าสนใจขึ้นได้
วัดขนาด และสัดส่วนให้ถูกต้อง
สิ่งสำคัญ คือ ต้องวัดขนาด และสัดส่วนกระเบื้องลายไม้ให้สัมพันธ์กับพื้นที่ในห้อง โดยห้องที่มีขนาดเล็ก เช่น ห้องน้ำ เหมาะแก่การใช้กระเบื้องขนาดเล็ก 20x20 หรือ 30x30 ส่วนห้องที่มีพื้นที่กว้าง หรือมีขนาดใหญ่ แนะนำให้เลือกกระเบื้องที่มีขนาดใหญ่ 40x40 จนถึง 60x60 จะทำให้มีรอยต่อน้อย และดูสวยงามมากกว่า

การใช้กระเบื้องลายไม้มีข้อดีอย่างไร
หากเปรียบเทียบกับการใช้ไม้จริงในการปูพื้นแล้ว กระเบื้องลายไม้มีข้อดีที่เห็นได้ชัดเจน ดังนี้
- กระเบื้องลายไม้มีราคาถูกกว่า
- กระเบื้องลายไม้มีหลากหลายวัสดุให้เลือก
- ดูแลรักษาได้ง่าย อายุการใช้งานมากกว่าไม้จริง
- มีลวดลาย และโทนสีให้เลือกมากมาย
- กระเบื้องลายไม้จะปลอดภัยจากอัคคีภัยมากกว่า เพราะติดไฟได้ยากกว่าไม้จริง
- กระเบื้องลายไม้ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะทดแทนการใช้ไม้จริง

วิธีปูกระเบื้องลายไม้ให้ติดทน และแข็งแรง
หากสนใจปูพื้นด้วยกระเบื้องลายไม้ TOA ขอแนะนำเทคนิควิธีปูกระเบื้องลายไม้ให้ติดทนนาน และแข็งแรง ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้
เลือกกาวซีเมนต์ให้เหมาะสม
กาวซีเมนต์ที่เหมาะสมกับกระเบื้องจะช่วยให้กระเบื้องยึดเกาะได้ดี ไม่หลุดร่อน และสร้างปัญหาในภายหลัง โดยวิธีการเลือกกาวซีเมนต์มีดังนี้
- กระเบื้องลายไม้ ขนาดไม่เกิน 60X60 เซนติเมตร แนะนำ กาวซีเมนต์ ทีโอเอ โปรไทล์
- กระเบื้องลายไม้ทั่วไปที่มีขนาดใหญ่ ปูกระเบื้องทั่วไป ขนาดใหญ่ 60X60 เซนติเมตร ขึ้นไป แนะนำ กาวซีเมนต์ ทีโอเอ ซุปเปอร์ไทล์
- กระเบื้องลายไม้ขนาดใหญ่มากๆ จำเป็นต้องเลือกปูนกาวที่มีค่าการยึดเกาะสูงมากๆ แนะนำ กาวซีเมนต์ ทีโอเอ พรีเมียมไทล์
- สำหรับบ้านไหนที่ต้องการใช้ปูนกาวเพื่อปูพื้นกระเบื้องลายไม้ขนาดไม่เกิน 60x60 เซนติเมตร ในแบบราคาเบาๆ แต่ยังยึดติดได้ดีเยี่ยม แนะนำ กาวซีเมนต์ ทีโอเอ อีโคไทล์
ลงยาแนวทุกครั้งหลังปูกระเบื้อง
สิ่งสำคัญอีกอย่าง คือ ต้องลงยาแนวทุกครั้งหลังปูกระเบื้องลายไม้ เพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่างกระเบื้อง และยังช่วยปรับกระเบื้องให้ต่อกันอย่างถูกต้อง เสริมให้พื้นดูสวยงาม และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยกาวยาแนวที่ควรเลือกใช้ มีดังนี้
- กาวยาแนวเกรดพรีเมียม สูตรป้องกันเชื้อรา เหมาะสำหรับร่องกระเบื้องทุกชนิด แนะนำ ทีโอเอ พรีเมี่ยม เกร๊าท์
- กาวยาแนวสำหรับร่องเล็กพิเศษ เหมาะสำหรับร่องกระเบื้องทุกชนิดที่ต้องการปูแบบชิดที่มีร่องกว้าง 0.2 – 3 มิลลิเมตร แนะนำ ทีโอเอ พรีเมี่ยม เกร๊าท์ พลัส