รวมเทรนด์สีใหม่มาแรง 2024 ปรับลุคบ้านแบบไหนก็ไม่เอ้าท์
ปี 2022 กำลังผ่านไป และปีถัดไปอย่างปี 2023 ก็กำลังคืบคลานเข้ามา หนึ่งในสิ่งที่เป็นดั่งธรรมเนียมในแต่ละปีคือ Color Trend 2023 หรือเทรนด์สี 2023 นั่นเอง ซึ่งจากการสำรวจของทีโอเอที่นำแนวโน้มการใช้สีในงานออกแบบของสถาปนิก และนักออแบบไทยมาวิเคราะห์แล้วได้เป็น Living Forward ซึ่งกลุ่มเทรนด์สีแห่งปีมีด้วยกัน 4 กลุ่มสี ที่จะมาช่วยแต่งเติม สร้างสรรค์บ้านของคุณให้สวยโดดเด่น และทันสมัย ใครที่ไม่อยากพลาดตกข่าวไปดูกันว่าสีทาบ้านยอดนิยมในปี 2023 นั้นมีอะไรบ้างบทความชิ้นนี้ได้รวบรวม 4 ทั้งสี่กลุ่มที่น่าสนใจมาให้ดูกัน ถ้าอยากรู้กันแล้วว่าจะมีสีอะไรให้น่าติดตาม และนำมาปรับใช้กันในปีหน้าบ้าง ไปติดตามกันได้เลย
Less Is Forever
Less Is Forever เป็นสีกลุ่มแรกที่เป็น Color Trend 2023 จากปัญหาวิกฤตโรคระบาด ทำให้หลายๆ คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพ และความสะอาดมากขึ้น สำหรับกลุ่มสี Less Is Forever จึงเป็นกลุ่มสีที่เน้นความเป็น Minimalism ที่มีความเรียบง่าย สบายตา จนได้เป็นโทนสีขาวที่หลากหลายเฉด ตั้งแต่สีขาวที่มีความกระจ่างใส ไปจนถึงเฉดสีเทาที่มีการเลือกมาใช้งานให้เข้ากับสิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างประณีต ซึ่งสีในกลุ่ม Less Is Forever นั้นมีด้วยกันทั้งหมด 9 สี ดังนี้
- W9142 Brilliant White
- W9120 Simply White
- K7012 In The Light
- K7083 Whistle Winter
- K7041 Born With Silver
- N6426 White Dust
- K7081 Natural Gray
- K7034 Touch Of Gray
- N6425 Simplicity Quarry

Brilliant White
Brilliant White รหัส W9142 เป็นสีขาวที่มีความเรียบง่าย แต่ก็ยังคงความสวยงามในตัวเอง เป็นสีที่มีความเป็นมินิมอล ให้ความรู้สึกสบายตา ความสงบ ซึ่งสะท้อนถึงถึงการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันที่เน้นเรื่องความสะอาด และความสมดุล นอกจากนี้สีนี้ยังแสดงถึงความสงบ และการสร้างความเป็น Universal อีกด้วย นักออกแบบ และสถาปนิกหลายๆ คนจึงมีการหยิบโทนสีเอาไปใช้ในงานออกแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน รวมถึงทาสีบ้าน สำหรับสี Brilliant White เป็นสีที่ดูกลางๆ จึงสามารถนำสีนี้ไปปรับใช้กับส่วนต่างๆ ของบ้านได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นใช้ทาสีบ้านภายนอก หรือปรับใช้กับห้องต่างๆ ภายในบ้าน

Simply White
หลายๆ คนอาจจะมองว่าสีขาวก็คือ สีขาว แต่จริงๆ แล้วสีขาวก็มีเฉดที่แตกต่างกันออกไปอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขาวผ่องแบบดวงจันทร์ ขาวแบบหงส์ หรือขาวมุก แต่สำหรับปีนี้ อีกหนึ่ง Color Trend 2023 คือสี Simply White ซึ่งเป็นสีขาวที่มีความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน มีความบริสุทธิ์ ไร้สิ่งสกปรกใดๆ มาปะปน สื่อถึงผู้คนในปัจจุบันที่ตระหนักถึงความสะอาด ให้ความสำคัญการสุขอามัยในการใช้ชีวิตมากขึ้น อีกทั้งยังมีความหมายถึงความสงบ การอยู่อย่างเรียบง่าย ไม่ต้องการความวุ่นวาย และมุ่งต่อต้านการเกิดสงคราม
สำหรับใครที่ต้องการให้บ้าน หรือที่อยู่อาศัยที่ให้ความรู้สึกสงบ สบายใจ ปราศจากความวุ่นวาย การเลือกใช้สี Simply White จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยให้ห้องมีความสงบ เหมาะกับการพักผ่อน หรือจะเลือกใช้ในหองทำงานก็ช่วยให้มีสมธิ สติในการทำงานมากขึ้น นอกจากนี้ยังเลือกเป็นสีของเฟอร์นิเจอร์ในบ้านได้อีกด้วย ยิ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบอย่างเรียบง่าย และใช้สี Simply White ก็จะยิ่งทำให้ของชิ้นนั้นมีความน่าสนใจ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเอง สวยงามอย่างลงตัว

Touch Of Gray
สำหรับสี Touch Of Gray รหัส K7034 เป็นสีเทาอ่อนๆ ที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Less Is Forever ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสีที่บ่งบอกถึงความเป็นมิตร รักสงบ และความเรียบง่าย เหมาะทั้งกับงานภายนอก และงานภายใน ที่เปลี่ยนบ้านเรือน หรืออาคารให้มีความเรียบหรู แต่สำหรับใครที่อยากจะได้บ้านที่มีความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหรูหราเหนือระดับ อาจจะเลือกใช้สีขาวเป็นสีหลัก และใช้สี Touch Of Gray เป็นสีรอง โดยทาให้เป็น 30% เพื่อไม่ทำให้บ้านเรียบจนเกินไป นอกจากนี้การใช้สีเทาเข้ามาตัดยังช่วยทำให้ภายในบ้านมีมิติ และสวยงามมากขึ้นอีกด้วย
ซึ่งสี Touch Of Gray นั้นสามารถนำมาประยุกต์เข้ากับส่วนต่างๆ ของบ้านได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องนั่งเล่น หรือทาภายนอกก็เหมาะ หรือใครจะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์โทนสีเทานี้ก็จะยิ่งช่วยทำให้ห้องดูหราหรา และเข้ากันได้อย่างลงตัว ดูไม่น่าเบื่ออีกด้วย
Sustainability Matters
ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นเรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป ยิ่งในยุคนี้ที่ทุกคนในยุคนี้ต่างเห็นความสำคัญของผลกระทบจากโลกร้อน ทำให้ TOA นำแรงบันดาลใจจากสีของธรรมชาติ ทั้งสีจากต้นไม้ ใบหญ้า ดอกไม้ ดิน อิฐ และสายน้ำ มาเป็นสีหลักเพื่อสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ซึ่งสีในกลุ่ม Sustainability Matters นั้นมีด้วยกันทั้งหมด 9 สี คือ
- G5239 Foggy Mountain
- N6100 Timeless Buff
- N6297 Valley Mist
- N6417 Mindful Sage
- O1045 Bronzy Caramel
- G5332 Banana Leaf
- O1143 Murky Pink
- O1103 Organic Reserve
- G5235 Forest Treasure

Foggy Mountain
สำหรับสี Foggy Mountain เป็นสีเขียวที่มีการนำสีเทามาเจือ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงธรรมชาติที่ถูกรุกรานจากมนุษย์ทำให้ธรรมชาติได้รับผลกระทบ จนความสดใสลดลง เป็นแนวคิดที่ทำให้ได้สีเขียว Foggy Mountain ซึ่งเป็นสีเขียวที่มีความละมุน ดูสุขุม และเรียบง่าย เมื่อมองแล้วยังให้ความรู้สึกสบายตาอีกด้วย สำหรับสีเขียวนี้เหมาะกับการตกแต่งพื้นที่ทั้งภายในอาคาร และภายนอกอาคาร ยิ่งมีการนำต้นไม้มาตกแต่งเพิ่มเติม หรือใช้ในพื้นที่ที่มีต้นไม้รายล้อมมากๆ ยิ่งช่วยให้มีความสวยงามโดเด่นมากยิ่งขึ้น

Timeless Buff
สี Timeless Buff รหัส N6100 เป็นสีในกลุ่ม Sustainability Matters ซึ่งเป็นสีครีมที่มีส่วนผสมของสีน้ำตาล ซึ่งหมายถึงพื้นดิน เป็นสีเรียบๆ ที่ทำให้รู้สึกถึงความสงบ ความใจเย็น เป็นอีกหนึ่งสีสุภาพที่สามารถใช้ตกแต่งพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะใช้ในการตกแต่งห้องรับแขกจะทำให้สวยชวนมอง หรือจะใช้ป็นสีในการตกแต่งห้องครัว ห้องรับประทานอาหารก็สวยลงตัว เรียกได้ว่าเป็นสีกลางๆ ที่ไม่ว่าจับไปมิกซ์แอนด์แมชกับสีอะไรก็ช่วยเสริมกันให้สวย และมัความเหมาะสม

Banana Leaf
Banana Leaf หากแปลอย่างตรงตัวก็คือสีใบกล้วย ซึ่งเป็นสีเขียวที่มีเสน่ห์ และชวนให้ลื่นหูลื่นตาเป็นพิเศษ เหมาะที่จะใช้เป็นสีสำหรับทาห้องครัว เพราะสามารถช่วยสร้างบรรยากาศได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้สีเขียวนี้ยังเป็นสีที่ช่วยทำให้อารมณ์ ความรู้สึกสงบลง ช่วยลดความเหน็ดเหนื่อย คลายความเครียด อีกทั้งยังเป็นสีที่ช่วยลดความวิตกกังวลได้อีกด้วย จึงเหมาะกับห้องที่ต้องการความสงบอย่างห้องนอนก็ดูดีทีเดียว
Perfect Freedom
โทนสีที่แสดงออกถึงอัตลักษณ์ และความเป็นตัวตนของตัวเองได้ดี Perfect Freedom โทนสีนี้มีความชัดเจน รวมถึงมีความอิสระในการเล่นสีสันได้เต็มที่ เนื่องจากต้องการสะท้อนถึงปัญหาชาติพันธุ์ และการแสดงออกทางความคิดในปัจจุบันที่ทุกคนนั้นมีสิทธิ์อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งสีที่ทาง TOA นำมาใช้ในธีมนี้จึงมีความสร้างสรรค์ และเอกลักษณ์ที่โดดเด่น พร้อมปลดปล่อยความอัดอั้น พร้อมทั้งเปล่งประกายอย่างสดใส ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 9 สี ดังนี้
- B4045 Royal Blue
- R2118 Smoothy Berry
- V3088 Lilac Vibe
- B4088 Light Azure
- G5140 Beryl Sunrise
- G5059 Drop Of Sea
- O1085 Fiery Orange
- Y0031 Sunflower
- R2074 Feminist Power

Lilac Vibe
สี Lilac Vibe เป็นสีม่วงที่มาจากดอกไลแลค ซึ่งเป็นดอกไม้สีม่วงมีกลิ่นหอมอ่อนๆ โดยปกติแล้วดอกไลแลคเป็นดอกไม้ที่เป็นตัวแทนของความรักที่หวานชื่น แต่นอกจากนี้ยังหมายถึงความเชื่อมั่นในตัวเองอีกตัว ซึ่งเหมาะที่จะเป็น Color Trend 2023 อีกด้วย ซึ่งเป็นปีที่เราจะต้องกล้าเปิดเผยตัวตน ความเป็นตัวเอง และเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองเป็น
นอกจากนี้สีม่วงยังเป็นสีที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวของตัวเอง เหมาะกับคนช่างคิด มีความคิดสร้างสรรค์ หากมีการนำสีนี้ไปใช้ในงานดีไซน์ และงานอีเวนต์ดิจิทัลต่างๆ ก็จะช่วยแสดงให้เห็นถึงความทันสมัย สำหรับใครที่ต้องทำงานด้านการออกแบบ ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ การทาห้องด้วยสี Lilac Vibe ก็จะช่วยกระตุ้นพลังทางความคิด และจิตวิญญาณในตัวเอง ช่วยให้มีแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ

Sunflower
Sunflower รหัส Y0031 เป็นอีกหนึ่งสีที่ช่วยสร้างความสดชื่น สดใสให้กับการใช้ชีวิต แสดงให้ถึงพลังงานอย่างเปี่ยมล้น เต็มไปด้วยเอเนอร์จี้ที่สดใส พร้อมมอบพลังบวกให้กับทุกๆ คน ถือเป็นสีที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่มีความกล้าคิด กล้าแสดงออก อีกทั้งยังแสดงถึงความเป็นตัวเองได้อย่างชัดเจน และมีความมั่นคงในอุดมการณ์ที่หนักแน่น
หากมีการนำสี Sunflower มาใช้ในการตกแต่งห้องทำงาน หรือห้องที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เรียกได้ว่าเหมาะสม และลงตัวที่สุด เพราะสีเหลืองที่สดใสจะทำให้รู้สึกกระตือรือร้น และตื่นตัวทุกครั้งที่ได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งภานอก หรือภายในก็สวยงาม

Feminist Power
ปัจจุบันเป็นยุคที่ทุกๆ อย่างมีความเสมอภาคและเท่าเทียมกัน สี Feminist Power จึงเป็นอีกสีที่ถูกเลือกมาจัดไว้ในกลุ่ม Perfect Freedom สำหรับสี Feminist Power เป็นสีแดงเลือดหมู่ ที่ไม่ได้หม่นหมอง แต่เต็มไปด้วยพลัง ความแข็งแรง และความดุดัน เหมือนกับผู้หญิงในปัจจุบันที่ต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเอง ด้วยอุดมการณ์อย่างแน่วแน่
การเลือกใช้สีนี้ในงานออกแบบต่างๆ ก็จะช่วยให้งานที่มีความดุดัน แข็งแรง แสดงให้เห็นถึงความแน่วแน่ในความคิดของตัวเอง อีกทั้งยังช่วยให้งานออกมาสวยโดดเด่น แถมยังแฝงไปด้วยความละมุนแบบผู้หญิง เรียกได้ว่าช่วยให้ชิ้นงานมีเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตัวเอง
Switch to The New Chapter
กลุ่มโทนสีนี้จะมีความเข้ม และดาร์กกว่าสามโทนที่ผ่านมา โดยจะแสดงถึงประสบการณ์ความหนักหนาในปีที่ผ่านมา ที่ผู้คนต้องพบเจอกับทั้งประสบการณ์โควิด 19 ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ปัญหาความขัดแย้งที่ทำให้เกิดสงคราม หรือแม้แต่ปัญหาชีวิตที่รุมเร้า สีในโทนนี้จะเล่าเรื่องผ่านโทนสีที่เน้นปรับตัว และเปลี่ยนมุมมองให้ทุกคนสามารถก้าวข้ามผ่านปัญหาเหล่านี้ไปให้ได้ ซึ่งมีสีดังนี้
- O1151 Caraly
- N6301 Sailor Ink
- K7009 The Gent
- N6235 Raisin Rage
- Y0044 Rusted Gold
- N6259 Mulberry Seed
- N6308 Blackout Pewter Green
- N6241 Perhaps Violet
- N6199 Plum Brown

Rusted Gold
สีทองเป็นสีที่แสดงถึงความสุข ความอบอุ่น ความสว่าง และความหวัง แต่สำหรับ Rusted Gold เป็นสีทองหม่นๆ ที่สื่อถึงปัญหาที่ยังต่อเนื่องมาถึงปีใหม่ แต่ก็ยังคงเป็นสีทองที่แสดงถึงความหวัง ที่จะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งการนำสี Rusted Gold มาใช้ในการตกแต่งนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความหวังแล้ว ยังช่วยทำให้รู้สึกอบอุ่น รู้สึกมีกำลังใจ หากห้องไหนที่ต้องการลดทอนความสว่างลง การนำสีนี้มาใช้จะช่วยให้ห้องมีโทนสีที่ลงตัว และเหมาะสม

Caraly
Caraly เป็นสีส้มหม่นๆ รหัส O1151 ที่สามารภนำมาตกแต่งห้องได้หลากหลาย ทั้งห้องนั่งเล่น หรือห้องที่ต้องการสีสัน โดยเฉพาะห้องอ่านหนังสือ หรือห้องรับแขก ที่เน้นความสบาย และต้องการความสงบ ในขณะเดียวกันสีส้มก็ยังมีความสดใส สะท้อนให้เห็นถึงการที่จะปรับตัว เติบโต และก้าวผ่านสิ่งต่างๆ ไปได้ ตามความเป็นจริง

Plum Brown
Plum Brown เป็นสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งเป็นโทนที่มีความ Dark ในระดับหนึ่ง บ่งบอกถึงการผ่านเรื่องราวประสบการณ์ และวิกฤตต่างๆ มาอย่างมากมาย แม้จะเป็นสีที่ดูไม่ได้มีความสดใสเท่ากับเฉดอื่นๆ แต่ก็เป็นสีที่บอกถึงความเก๋า การสั่งสมประสบการณ์ การผ่านเรื่องราวต่างๆ มาอย่างมากมาย ทำให้เป็นสีที่ดูคลาสสิค มีเสน่ห์ อีกทั้งยังดูสุขุม
สำหรับสี Plum Brown ซึ่งเป็นสีน้ำตาลเข้มนั้นมองแล้วให้ความรู้สึกที่สงบนิ่ง สุขุมนุ่มนวล เหมาะที่จะใช้ทาในห้องที่ต้องการสมาธิ อย่างห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ หรือจะใช้ตกแต่งในห้องรับประทานอาหารก็ช่วยให้มีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังสวยงามไม่แพ้กันเลย
สำหรับ Color Trend 2023 ที่อัปเดตไปนั้น เป็นสิ่งที่ทาง TOA นำมาปรับใช้ และประยุกต์กับสี 4 โทนตามที่กล่าวไป ไม่ว่าจะเป็น Less is Forever, Sustainability Matters, Perfect Freedom และ Switch to The New Chapter ที่ครอบคลุมทั้งสีโทนร้อน, สีโทนเย็น และสีโทนกลาง โดยความน่าสนใจของสีที่ TOA เลือกมานั้นล้วนมาจากการสะท้อนความเป็นไปในสังคม, ความคิด และความคาดหวังมาสร้างสรรค์เป็นเฉดสีที่ TOA พัฒนาขึ้นกันโดยเฉพาะ ทำให้นี่เป็นเทรนด์สีใหม่ของทางแบรนด์ที่น่าจับตามองในปี 2023 ที่ห้ามพลาด